ประวัติสังเขป
พระครูภาวนาวรคุณ(พยนต์ เขมเทโว)
วัดเกตุมดีศรีวราราม ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

|
พระครูภาวนาวรคุณ(พยนต์ เขมเทโว) อายุ ๕๓ ปี พรรษา ๓๑ น.ธ. เอก วัดเกตุมดีศรีวราราม ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง ฯ จังหวัดสมุทรสาคร ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดเกตุมดีศรีวราราม เมื่อ พ.ศ. ๒๕0๗ ถึง วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๙
|
|
ชาติภูมิและญาติวงศ์ เดิมชื่อพยนต์ คุณาบุตร เป็นบุตรพ่อแถบ แม่กิมลี้ คุณาบุตร มีพี่ ๒ คน คือนายบุญล้อม คุณาบุตร และนายสุนทร คุณาบุตร มีน้อง ๒ คนคือผู้ใหญ่ทวี คุณาบุตร และนางอุบล รักประเทศ หลวงพ่อพระครูภาวนาวรคุณเกิดเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๖ ณ. บ้านเลขที่ ๓ หมู่ ๘ ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครเป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวนพี่น้อง ๕ คน ของคุณพ่อแถบ คุณาบุตร ซึ่งเป็นน้องชายคนที่ ๑ ของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ (เจิม คุณาบุตร) (เสียชีวิตแล้ว) และคุณแม่กิมลี้ คุณาบุตร นามเดิมของหลวงพ่อพระครูภาวนาวรคุณชื่อ พยนต์ คุณาบุตร เมื่ออายุได้ ๖ ปี ไปอยู่กับคุณยายนาค ยิ้มหงส์ ณ บ้านเลขที่ ๓๓๖ ข้างวัดธรรมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม (เพราะคุณยายไม่มีลูกชาย) และได้รับการศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนอนุบาลครูเทพ อายุได้ ๙ ปี ย้ายกลับมาอยูกับคุณพ่อ คุณแม่ที่บ้านเกิด เพราะคิดถึง คุณพ่อ คุณแม่ พี่ น้อง ได้เรียนชั้นประถมศึกษาที่บ้านบางโทรัด อายุได้ ๑๑ ปี ย้ายกลับไปอยู่กับคุณยายที่สมุทรสงครามอีก เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนปุโรทกานนท์บูรณะ จบชั้นมัธยมปีที่ ๓ และต่อโรงเรียนศรัทธาสมทรจนจบชั้นมัธยมปีที่ ๕ อายุได้ ๑๖ ปี ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านบางโทรัด อายุได้ ๑๗ ปี ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านเลขที่ ๑๑๑ ก. ตลาดสมเด็จ เชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพุทธ) เพื่อเรียนวิชาช่างเครื่องยนต์และวิชาเดินเรือทะเล สำเร็จได้รับประกาศนียบัตรวิชาเดินเรือชายฝั่งทะเล และประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเครื่องกลชั้นที่ ๑ จากกรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร อายุได้ ๑๘ ปีเริ่มประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเดินเรือ โดยเป็นผู้ควบคุมเรือยนต์ชื่อ ศรีสุนทร ได้นำเรือลำนี้ไปถึงหลังสวน จังหวัดชุมพร และบ้านดอนจังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณแม่มีความเป็นห่วงมากให้ขายเรือให้กับนายชุม ทองจันทร์ อ. พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเดินทางกลับมาอยู่ธนบุรี คุณแม่เห็นมีนิสับชอบทางเดินทะเล จึงได้ซื้อเรือเดินทะเลจากนายยกังวาน (เจ้าพ่อบางนกแขวก) ให้ ๑ ลำ ชื่อ เรือศรีบุญล้อม โดยให้เป็นผู้ควบคุมเรือเดินทะเลระหว่างกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดชายทะเลต่าง ๆ เช่น ทางทิศใต้ไปถึงจังหวัดสงขลา เกาะสมุย และเกาะพงัน ทิศตะวันออกไปถึงจันทบุรีและตราด อายุย่างเข้าปีที่ ๒0 ก่อนจะเข้าเกณฑ์ทหาร คุณแม่เห็นว่าการเป็นทหารนั้นลำบาก จึงให้เข้าไปสมัครเรียนโรงเรียนนายสิบ เป็นตำรวจน้ำนอกเกณฑ์ ในกองบัญชาการตำรวจน้ำ ท่าเรือคลองเตย เรียนสำเร็จได้บรรจุเป็นนายสิบตำรวจตรี (พิเศษ) เพราะก่อนเกณฑ์ เข้าเรียนโรงเรียนนายสิบตำรวจน้ำ ๖ เดือน ออกประจำการที่แผนก ๓ กองกำกับการ ๓ สุริวงศ์ กรุงเทพมหานคร ๑ ปี ขณะนั้นตรงกับ พ.ศ. ๒๔๙๔ ย้ายไปประจำแผนก ๑ กองกำกับ ๓ ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ มีราชการพิเศษที่สำคัญคือ ไปปราบโจรสลัดจีน ในทะเลร่วมกับพลตำรวจตรี นิจ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจน้ำ โดยเรือตำรวจชาติตระการโกศล สู้รบกับโจรจีนในทะเล สามารถจับโจรจีนและได้เรือโจร ๔ ลำ นำเข้าไปดำเนินคดีที่ปากน้ำชุมพร แล้วกลับมาประจำที่แผนก ๑ กองกำกับการ ๓ ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการตามปรกติ และได้เลื่อนยศเป็นสิบตำรวจโทได้ประมาณ ๓ เดือนก็ย้ายไปประจำแผนก ๔ กองกับกับการ ๑ จังหวัดสมุทรสาคร โดยประจำเรือตรวจการ ๕0๕ ลาดตระเวนตรวจเขตอ่าวมหาชัย แม่กลอง บ้านแหลม เพชรบุรี ได้ประมาณ ๘ เดือน ย้ายไปประจำแผนก ๑ กองกำกับการ ๓ ปากน้ำ สมุทรปราการ อีก ในปีพ.ศ. ๒๔๙๙ ได้ยื่นใบลาอุปสมบทตามประเพณีและตามความเรียกร้องของบิดาได้รับอนุญาตให้ลาได้ ๑๒0 วันขณะนั้นได้เลื่อนยศเป็นนายสิบตำรวจเอกด บวชเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๙๙ ณ พัทสีมา วัดบัณฑูรสิงห์ ตำบลบางโทรัด จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีพระครูสมุทรธรรมสุนทร (หลวงพ่อวัดกาหลง) เป็นอุปัชฌาย์ พระครูหงส์สุชาโต วัดบางพลี เป็นกรรมวาจาจารย์ พระครูสาครวุฒิชัย วัดบัณฑูรสิงห์ (มรณะภาพแล้ว) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้เรียนพระกรรมฐานจากท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ (เจิม คุณาบุตร) ผู้เป็นลุงตังแต่อายุได้ ๑๑ ขวบ และได้รับอิทธิบาท ๔ ต่อมาไม่นานได้รับธรรมานุสรณ์ การปฏิบัติต่อ ๆ มาไม่ค่อยสม่ำเสมอ หลังจากไปทำงานแลัวกลับมาบวชจึงได้ปฏิบัติจริงจังอีกครั้งหนึ่ง และได้ลาออกจากราชการด้วยเหตุเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสวัดบัณฑูรสิงห์ (พระครูสาครวุฒิชัย) ให้ควบคุมการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนเมืองสมุทรสาคร วัดบัณฑูรสิงห์ และได้รับมอบหมายจากท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ให้เป็นผู้ควบคุมช่างและจ่ายค่าแรงงาน ชักชวนชาวบ้านสร้างถนนเดินเท้าร่วมกับท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ไปวัดบางน้ำวน ๑ สาย ไปวัดบางพลี ๑ สาย และเข้าหมู่บ้านคลองซื่อ ๑ สาย พ.ศ. ๒๕๐๑ ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ นิมนต์ให้เข้ามาอยู่ในสำนักเกตุมดีฯ ขณะนั้นเรียกว่าพุทธเจดีย์กลางทุ่ง เริ่มจัดปริวาสกรรมและดิถีปริวาสของคฤหัสถ์ โดยการอุปถัมภ์ของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ จนกระทั่งท่านมรณภาพ หลวงพ่อได้จัดการขอจัดตั้งสำนักเกตุมดีฯ เป็นวัดขึ้น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา และจัดสร้างถนนในวัด สร้างเสนาสนะที่จำเป็น และทุกอย่างที่ปรากฏ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคณะภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา นอกจากการสร้างความเจริญในวัดแล้ว หลวงพ่อยังมีความเมตตาห่วงใยในความเป็นอยู่ของญาติโยมที่อยู่ใกล้เคียง ต้องการให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต้องการให้เยาวชนของชาติในท้องถิ่นของท่านมีการศึกษาอนามัยที่ดี มีสวัสดิภาพและคุณภาพของชีวิตทัดเทียมกับชาวกรุงโดยทั่วไปท่านได้ดำเนินการติดต่อกันเรื่อยมาโดยไม่หยุดยั้งดังนี้ ๑. เริ่มก่อสร้างโรงเรียนประถมศึกษา (โรงเรียนประชาบาล) วัดเกตุมดีศรีวราราม ๒. ทำการขุดลอกคลองเกตุมดีฯ คลองซื่อ สร้างถนนจากท่าเรือหน้าวัดบัณฑูรสิงห์ถึงวัดเกตุมดีฯ (ถนนสายเก่า) ๓. สร้างถนนร่วมกับสภาตำบลจากท่าเรือหน้าวัดบัณฑูรสิงห์ถึงถนนธนบุรี ปากท่อ ๔. ช่วยเหลือในการสร้างศูนย์พัฒนาดินเค็ม กรมพัฒนาที่ดิน กับอธิบดีบรรเจิด พลางกูร และนายกมล หัวหน้าศูนย์คนแรก ๕. ขอเปิดโรงเรียนมัธยมเกตุมวดีย์วรคุณวิทยา ชั้นต้นได้อาศัยหอเณรของวัดเป็นสถานที่เรียน ต่อมาได้ชักชวนพระภิกษุ สามเณรอุบาสก อุบาสิกา สร้างอาคารเรียนทรงไทย ๓ ชั้นโดยเงินสมทบส่วนหนึ่งจากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จนเป็นโรงเรียนที่สง่างามดั่งที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ๖. เดินไฟฟ้าสายเดี่ยวเข้าวัดเป็นระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร โดยได้รับความร่วมมือจากคุณสมเจตน์ วัฒนสินธ์ และนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๗. สร้างป้อมตำรวจทางหลวง มอบให้กรมตำรวจเพื่อเป็นที่พักเจ้าหน้าที่และปฏิบัติราชการเพื่อสวัสดิภาพของคนใช้รถใช้ถนนสายธนบุรี ปากท่อ ๘. จัดตั้งโครงการบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ ตระเวนชายแดน โดยชักชวนคณะสานุศิษย์ นำสิ่งของไปให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน ๙. เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๙ ออกเดินธุดงค์รอบโลก ๔๐ ประเทศโดยทางพื้นดิน เพื่อเผยแพร่พระธรรม และสงเคราะห์ชาวพุทธในต่างแดนท่านได้รับอาราธนาให้ทำพิธีที่สถานทูตไทย จากกระทรวงต่างประเทศและคนทั่วไปเป็นประจำ ๑๐. เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ท่านได้รับอาราธนาจากสหพันธ์คาทอลิก และประธานสหพันธ์คาทอลิกแห่งรัฐแคนซัสซิตี้ ให้ไปเป็นผู้ดูแลอบรม สงเคราะห์ชาวพุทธ (ลาว เขมร เวียดนาม) ที่อพยพไปจากอินโดจีน เพื่อให้หายว้าเหว่และมีที่ยึดเหนี่ยว ซื่งหน้าที่นี้ทำให้หลวงพ่อจำเป็นต้องจากวัดไปเป็นเวลานาน ๆ หลายครั้ง ๑๑. รับอาราธนาไปดูงานสถานที่อดยาเสพติด ป.ด. ฟาวเดชั่น ประเทศฟิลิปปินส์ ๑๒. ติดตั้งโทรศัพท์ระบบวิทยุ เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารและการติดต่อได้รวดเร็วขึ้น ๑๓. สร้างสถานพยาบาล แพทย์เคลื่อนที่ โครงการพระช่วย บริการตรวจรักษา ให้ยาฟรีร่วมกับบริษัทยาต่าง ๆ โดยการนำของนายแพทย์ประพจน์ เภตรากาศ และคณะพยาบาลโรงพยาบาลเลิศสิน ๑๔. เปิดสถานศึกษาภายในวัดเกตุมดีศรีวราราม อาทิเช่น โรงเรียนบาลี โรงเรียนพระอภิธรรม โรงเรียนนักธรรมและธรรมศึกษา โรงเรียนวิชาช่างร่วมกับการศึกษานอกสถานที่ จังหวัดสมุทรสาคร โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ โดยคุณครูวาด เกิดโชคงาม โรงเรียนพุทธศาสนาสาธิต อบรมเด็ก บวชสามเณรฤดูร้อน ฯลฯ ๑๕. เปิดห้องประชุมวีดีโอธรรมสภา เพื่อภิกษา สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ได้ศึกษาธรรมปฏิบัติและบางสิ่งที่หลวงพ่อเห็นสมควรว่าจะให้ได้ดูได้ศึกษา นอกจากนี้แล้วส่วนราชการบางแห่งยังมาขอใช้สถานที่ในการจัดประชุมสัมมนาอีกด้วย นับว่าได้ประโยชน์หลายทาง ๑๖. ควบคุมอบรมพิธีปริวาสกรรม พระหน่วยพัฒนาการทางจิต ที่จิตตภาวัน ตั้งแต่รุ่น ๑ ถึงรุ่น ๑๐
สำหรับกิจกรรมประขำของวัดที่จัดทุกปีคือ การขัดปริวาสกรรมของพระและการอยู่ดิถีปริวาสของฆราวาส ปีละ ๒ ครั้งนั้น ทำมาไม่เคยขาดและนับวันจะเพิ่มจำนวนพระที่มาเข้าปริวาสมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งล่าสุดคือระหว่างวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๔ ธันวาคม ๒๕๒๙ มีพระมาอยู่ปริวาสกรรมถึง ๙๑๓ องค์ มาจาก ๓๓๐ วัด ๒๘๘ ตำบล ๑๗๗ อำเภอ ๕๕ จังหวัด จึงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมวัดของหลวงพ่อพระครูภาวนาวรคุณของเราจึงได้รับเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๑ และองค์หลวงพ่อเองก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ ต่อมาก็ได้รับพระราชทานเลื่อนยศชั้นพระสังฆาธิการตำแหน่งพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๘ และต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระธรรมทูต เพื่อดำเนินการเผยแพร่พระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔
เป็นประธาน มูลนิธิภาวนา-แถบ-กิมลี้ คุณาบุตร เป็นประธาน มูลนิธิเกตุมวดีย์ชีพอนุรักษ์ เป็นประธานบวชสามเณรฤดูร้อนวัดเกตุมดีศรีวราราม เป็นประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ใกล้วัดเกตุมดีศรีวราราม เป็นประธาน มูลนิธิภาวนาวรคุณ ของโรงเรียนวัดเกตุมดีศรีวราราม
นอกจากการสนับสนุนให้ผู้อื่นได้รับความสุข ความเจริญ และได้รับการศึกษาที่ดีแล้ว องค์หลวงพ่อเองก็ขยันหมั่นเพียรขวนขวายหาความรู้ในขณะที่อยู่ในสมณะเพศตลอดเวลา ตั้งแต่ท่านเริ่มบวชเป็นพระจนถึงปัจจุบันตามแต่เวลาและโอกาสจะอำนวยให้ทำได้ ดังนี้ ได้รับประกาศนียบัตร นักธรรมชั้นตรี วัดเดชาติวงศ์ อ.เมือง จังหวัดนครปฐม ได้รับประกาศนียบัตร นักธรรมชั้นโท วัดบางช้างใต้ อ.เมือง จังหวัดนครปฐม ได้รับประกาศนียบัตร นักธรรมชั้นเอก วัดบัณฑูรสิงห์ ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เรียนบาลีไววยากรณ์ วัดช่องชม (วัดสุทธิวาตวราราม จ.สมุทรสาคร) เรียนอภิธรรมมัตสังคะหะ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร เรียนอบรมครู ส.อ.ส. วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร สอบอบรมแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ที่สถานอบรมวัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร เรียนอบรมพระสังฆาธิการ วัดช่องลม (สุทธิวาตวราราม) จ.สมุทรสาคร
เรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนคอนนารี่คอลเลจน์ แคนซัสซิติ้ มลรัฐ มิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา (จบคอสที่ ๑ แล้ว) เมื่อคราวได้รับอาราธนาไปดูแลอบรมชาวอินโดจีนอพยพประจำอยู่ ๑ พรรษา ขณะนี้หลวงพ่อกำลังดำเนินการเสริมสร้างพระบรมธาตุเกตุมวดีย์ซื่งเป็นศูนย์รวมกราบไหว้บูชาของบุคคลทั่วไป โดยสร้างพระบรมธาตุองค์ใหม่ มีอุโบสถพร้อมอยู่ในองค์พระบรมธาตุ และองค์พระบรมธาตุองค์เก่าอยู่ภายในสามารถเข้าไปกราบไหว้บูชาได้ ใช้งบประมาณตามที่คณะวิศวกรคำนวณไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นเงิน ๓๐ ล้านเศษ ขณะนี้สร้างไปได้ประมาณกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว เราจะเห็นได้ว่า หลวงพ่อพระครูภาวนาวรคุณเป็นผู้มีประวัตินาศึกษาและสนใจมาก มีผู้ใหญ่เล่าว่าเมื่อเล็ก ๆ ท่านเป็นเด็กที่เหนือกว่าเด็กอื่น ๆ ในละแวกนั้น ในวัยเด็กท่านซุกซนมาก มักทำอะไร ๆ ที่แปลกแหวกแนวซื่งสมัยใหม่เรียกว่ามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กว่าเด็กทั้งหลายบางครั้งก็ทำให้พี่เลี้ยงอยู่ไม่เป็นสุข ในทำนองไม่สนใจดูแลเท่าที่ควร เพราะเนื้อตัวมีแต่บาดแผล พี่เลี้ยงก็เล่าตามจริงให้คุณแม่ท่านฟังแต่แล้วในที่สุดด้วยหัวคิดและสติปัญญาของท่านในวัยนั้นแทนที่ท่านจะเป็นผู้ถูกคุณแม่ทำโทษ พี่เลี้ยงกลับถูกเอ็ดไป เรียกว่าท่านเป็นเด็กที่มีความคิดเฉียบแหลมเกินเด็กทั้งหลายและเกินผู้ใหญ่บางคน เมื่อคราวที่ท่านจะบวช โยมบิดาท่านเป็นเดือดเป็นแค้นมากเพราะลูกชายกลับบ้านเกือบไม่ทันบวช ถ้าโยมบิดายังมีชีวิตอยู่ท่านจะมี่ความภูมิใจและยินดีสักแค่ไหน เมื่อลูกชายที่ท่านคิดว่าจะบวชไม่เกิน ๗ วันนั้นจะอยู่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ (สมัยหนุ่ม ๆ ท่านเป็นคนรูปงามมาก) จากประวัติและผลงานดังกล่าวข้างต้นแล้วของหลวงพ่อ จะเห็นว่าท่านเป็นผู้มีแต่ความเมตตาเสียสละ และเป็นนักสร้างที่ยิ่งยง ท่านเป็นผู้สร้างแต่คุณประโยชน์ต่อศาสนา สังคม และเป็นที่พึ่งต่อบรรดาญาติมิตร และสานุศิษย์ทั้งหลายโดยไม่เลือกฐานะและบุคคล ในอดีตสมัยท่านเข้ามาอยู่ในเกตุมดี ฯ ใหม่ๆ ตอนนั้นเต็มไปด้วยป่าบริเวณวัดก็มีแต่พระบรมธาตุและศาลาเก่า ๆ ๑ หลัง ที่ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์และโยมบิตามารดาตลอดจนญาติ ๆ ของท่านสร้างไว้ ไม่มีใครคาดฝันว่าต่อมาป่าจะกลายเป็นท้องถิ่นที่เป็นดังเช่นปัจจุบันนี้ นับว่าท่านเป็นผู้ที่แกร่งเหมือนเพชร ท่านได้ต่อสู้อุปสรรคนานัปการ ทั้งภายในและภายนอกวงการที่โหมกระหน่ำซ้ำเติมท่านมาหลายครั้งหลายคราว และด้วยความเป็นเพชรแท้ของท่านนี่เอง จึงสามารถชนะทุกอย่างได้ในที่สุดดังเช่นที่เห็นกันทุกวันนี้ สมกับธรรมะที่ว่า ธรรมย่อมชนะอธรรมนั่นเอง
การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๐๑ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดบัณฑูรสิงห์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ณ วัดเกตุมดีศรีวราราม พ.ศ. ๒๕๐๗ ปิดโรงเรียนนักธรรมขึ้น ณ วัดเกตุมดีศรีวราราม พ.ศ. ๒๕๐๘ เปิดโรงเรียนสอนพระอภิธรรมขึ้น ณ วัดเกตุมดีศรีวราราม พ.ศ. ๒๕๑๑ เปิดโรงเรียนบาลีขึ้น ณ วัดเกตุมดีศรีวราราม พ.ศ. ๒๕๑๒ เปิดโรงเรียนพุทธศาสนาสาธิต สำหรับเด็กนักเรียนภาคฤดูร้อนขึ้น ณ วัดเกตุมดีศรีวราราม พ.ศ. ๒๕๑๓ เปิดโรงเรียนธรรมศึกษาขึ้น ณ วัดเกตุมดีศรีวราราม พ.ศ. ๒๕๑๔ สำเร็จการอบรมจากโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค วัดสุทธิวาตวราราม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง ฯ จังหวัดสมุทรสาคร
วิธีส่งเสริมการศึกษา ๑. ให้รางวัลแก่นักเรียนผู้ขยันเรียน คือผู้ไม่ขาด ไม่ลา ไม่มาสายในการเรียน ๒. จัดหาอุปกรณ์การสอน กาารเรียน การเดินทางไปสอบ ไปศึกษานอกสถานที่ให้ทุกอย่าง ๓. จัดค่าพาหนะและค่าใช้จ่าย นำไปศึกษานอกสถานที่ทุกปี ๔. ส่งนักเรียนไปเรียนในสำนักอื่นที่มีการศึกษาชั้นสูงกว่า ๕. จัดให้มีการปาฐกถาธรรมทุกอาทิตย์ ตลอดภาคการศึกษา ๖. ให้รางวัลแก่นักเรียนผู้สอบได้คะแนนดี ๗. จัดให้มีการอภิปรายเชิงโต้เพื่อเรืองปัญญาทุกปี ๘. จัดพระภิกษุไปอบรมศึลธรรมแก่เด็กนักเรียน ชั้นประถมและชั้นมัธยมเป็นประจำ ๙. ได้เปิดสนามสอบ น.ธ. ตรี ระดับจังหวัดที่วัดเกตุมดีศรีววราราม พ.ศ. ๒๕๒๕ พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นกรรมการควบคุมห้องสอบและตรวจใบตอบนักธรรมชั้นตรีสนามจังหวัด และเป็นกรรมการควบคุมห้องสอบนักธรรมสนามหลวงทุกปี
งานปกครอง พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นเจ้าอาวาสวัดเกตุมดีศรีวราราม จนถึงปัจจุบันนี้ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ - มีการทำบุญอุโบสถกรรม (สวดพระปาฏิโมกข์) ตลอดปีมีพระภิกษุที่สวดได้ ๘ รูป - มีการทำวัตรสวดมนต์ เช้า เย็น ตลอดปี - มีระเบียบการปกครองวัด ถือการปฏิบัติพระกรรมฐานการศึกษาเป็น ๑ พระปริยัติเป็น ๒ กิจวัตรประจำวันเป็น ๓ นวกรรมก่อสร้างเป็น ๔ - มีระเบียบการปกครองวัด ถือการปฏิบัติพระกรรมฐาน การศึกษา พระธรรมวินัยและกฎของมหาเถรสมคม - มีกติกาของวัด คือ ไมให้มีวิทยุ หรือเครื่องบันทึกเครื่องเล่นเสียงเป็นส่วนตัว พ.ศ. ๒๕๒๙ มีพระภิกษุ ๑๑๒ รูป สามเณร ๒๘ รูป แม่ชี ๑๐๑ คน เด็กวัด ๑๘ คน ผู้ถือศึลในวัด ชาย ๑๕ คน หญิง ๒๖ คน
งานเผยแผ่
พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นพระธรรมทูต ของ กรมการศาสนา พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้เปิดกิจการปริวาสกรรมฐานแบบจุลสุทันตปริวาสเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ พ.ศ. ๒๕๐๒ เปิดกิจการอยู่ดิถีปริวาสกรรมสำหรับฆราวาสและคฤหัสถ์รักษาศีลปรมัตถ์ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ พ.ศ. ๒๕๐๗ มีการประชุมสงฆ์เพื่อทำสังคายนามีพระภิกษุ ๕๐๐ รูปเป็นอย่างน้อย มีกำหนดว่า ๗ ปี จะกระทำครั้งหนึ่งโดยภัตตาหารคาวหนึ่งถาด ๆ ละห้าถ้วย ของหวานหนึ่งถาด ๆ ละห้าถ้วย แก้วน้ำหนึ่งใบ ขวดน้ำหนึ่งขวด กระโถนหนึ่งใบ พร้อมด้วยปัจจัยตามสมควร พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้ไปเป็นอาจารย์ปกตัตตควบคุมปริวาสกรรมฐานที่จิตตภาวันวิทยาลัย บางละมุง ทุกปี ตั้งแต่เริ่มแรกมาจนถึงรุ่น ๑๐
มีการทำพิธีวิสาขบูชา ทุกปี มีผู้มาประชุมพิธี ภิกษุสามเณรประมาณ ๘๐ รูป ประชาชน ประมา ๕๐๐ คน มีการทำอัฏฐมีบูชาทุกปี มีผู้มาประชุมพิธี ภิกษุสามเณรประมาณ ๖๐ รูป ประชาชนประมาณ ๘๐๐ คน มีพิธีมาฆบูชา ทุกปี มีผู้มาประชุมพิธี ภิกษุสามเณรประมาณ ๒๕๐ รูป ประชาชนประมาณ ๘๐๐ คน มีพิธีอาสาฬบูชา ทุกปี มีผู้มาประชุมพิธี ภิกษุสามเณรประมาณ ๘๐ รูป ประชาชนประมาณ ๓๐๐ คน มีการอบรมและฝึกกรรมฐานแก่ พระภิกษุ สามเณร ทุกวันธรรมสวนะ มีการประชุมระดับผู้บริหาร ภายในวัดทุกเดือนเพื่อปรึกษาและแนะนำให้พัฒนายิ่งขึ้น มีการอบรมศีลธรรมแก่นักเรียนทุกวันศุกร์ มีการอบรมและฝึกสอนพระกรรมฐานแก่ ภิกษุสามเณรไปทุกวัน มีการปฏิบัติพระกรรมฐานส่วนรวม พร้อมกันทั้งภิกษุสามเณรทุกวันขึ้น ๑๔ ค่ำหรือแรม ๑๓, ๑๔ ค่ำทุกเดือน มีผู้ถือศีลฟังธรรมตลอดปี จำนวนประมาณ ๙๐ คน ให้ความร่วมมือกับคณะสงฆ์ และทางราชการในการเผยแผ่ มีจาริกสอนธรรมในที่ต่าง ๆ เช่น กองทัพเรือไทย ที่สัตหีบจังหวัดชลบุรี ได้ไปบรรยายสอนธรรมทาง ที.วี. ช่อง ๗ หลายครั้งไปแสดงพระธรรมที่พระอุโบสถวัดพระแก้ว เป็นต้น ได้เป็นอาจารย์กรรมวาจาจารย์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้สวดซ้อมนาคในปีหนึ่ง ๆ ประมาณ ๒๐๐ รูป ณ ที่วัดต่าง ๆพ.ศ. ๒๕๑๗ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้อุปสมบทกุลบุตรประมาณ ๒๕๐ รูปแล้วมีผู้คนมาทำบุญเป็นประจำที่วัดประมาณ ๒๐๐ คน ตลอดปี
มีกำหนดการทำบุญประจำที่วัดตลอดปี ดังนี้ ๑. มีการทำบุญถวายสังฆทาน ทุกวันธรรมสวนะ ๒. มีการทำบุญส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ๒ วัน คือ วันที่ ๓๑ ธันวาคม และ ๑ มกราคม ๓. มีการทำบุญ เดือนกุมภาพันธ์ (เดือนสาม) ๑๐ วัน คืองานปริวาส, ดิถีปริวาส, นมัสการพระพุทธสิหิงค์ และเทศนาคาถาพัน, พิธีมาฆบูชา และมีพุทธาภิเศกทุกปี ๔. ทำบุญตรุษไทย ๓ วัน เริ่มวันแรม ๑๔ ค่ำเดือน ๔ หมดขึ้นค่ำ ๑ เดือน ๕ ๕. ทำบุญสงกรานต์ ๕ วัน ในเดือน เมษายน ๖. ทำบุญสลากภัตมะม่วง เดือน ๖ ๗. ทำบุญวิสาขบูชา และตักบาตรจตุรทิศ ๒ วัน และทอดผ้าป่าบูชาพระอริยสงฆ์ ๑๐๘ ๘. ทำบุญเข้าพรรษา ๓ วัน และถวายผ้าอาบน้ำฝน ๙. ทำบุญฟังเทศน์ธรรมจักกัปปวัตนสูตร ๑ วันกลางเดือน ๙ ๑๐. ทำบุญสราทไทย ๓ วัน เริ่มแรม ๑๔ ค่ำเดือน ๑๐ ถึงขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ๑๑. ทำบุญออกพรรษา ๓ วัน และตักบาตรเทโวด้วย ๑๒. ทำบุญนมัสการพระบรมธาตุเกตุมวดีย์, เทศนาคาถาพัน, ลอยกระทง, ลอยโคม, และตักบาตรจตุรทิศ รวม ๓ วัน กลางคืนเดือน ๑๒ ๑๓. ทำบุญทอดกฐิน ๒ วัน ๑๔. งานปริวาสกรรรมรุ่นพระสังฆาธิการเริ่มแรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๒ เป็นเวลา ๑๐ วัน ๑๕. งานปริวาสรุ่นอุกฤษฏ์ เริ่มหลังจากสอบนักธรรมสนามหลวงแล้ว ๕ วัน เป็นเวลา ๑๐ วัน
๒ เมษายน ๒๕๑๙ ออกเดินธุดงค์รอบโลก ๔๐ ประเทศโดยใช้เวลา ๔ เดือน ๓ วัน เพื่อเผยแพร่พระธรรม และ สงเคราะห์ชาวพุทธในต่างแดน ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ได้รับอาราธนาจากสหพันธ์คาทอลิก และประธานสหพันธ์คาทอลิกแห่งรัฐแคนซัสซิตี้ ให้ไปเป็น ผู้ดูแลอบรม สงเคราะห์ ชาวพุทธ (ลาว เขมร เวียดนาม) ที่อพยพไปจากอินโดจีน เพื่อให้มีที่พึ่งทางจิตใจ พ.ศ. ๒๕๒๗ เริ่มดำเนินการก่อสร้าง วัดไทยพุทธภาวนา ที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา งานสาธารณูปการ
พ.ศ. ๒๕๐๖ สร้างกุฏิ ๑๔ หลัง ลักษณะไม้ชั้นเดียว กว้าง ๖ เมตร ยาว ๙ เมตร ราคา ๗๘,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๐๗ สร้างโรงครัว ลักษณะไม้ชั้นเดียว พื้นคอนกรีต กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ราคา ๗๖,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๐๘ สร้างอาคารไม้ชั้นเดียว ๓ หลัง ใช้เป็นโรงเรียน ๑ หลัง ใช้เป็นศาลาพักร้อน ๑ หลัง ใช้เป็นที่เก็บพัสดุของวัด ๑ หลัง แต่ละหลังมีความกว้างยาวเท่ากัน คือ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ราคา ๑๒๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๐๙ สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ลักษณะ ๒๐ แรงม้า พร้อมทั้งโรงและอุปกรณ์ ราคา ๓๕,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๑๐ สร้างแท็งก์น้ำ และ เจาะน้ำบาดาล วางท่อน้ำประปาพร้อมทั้งอุปกรณ์ ลักษณะเรือนไม้ สูง ๑๐ เมตร มุงสังกะสี ราคา ๓๕,๐๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๑๑ ก. สร้างกุฏิ ๒๑ หลัง ลักษณะไม้ชั้นเดียว มุงกระเบื้องแดง ทาสีฟ้า พร้อมทั้งถังน้ำพ่นสีเทา ๑ ถังต่อกุฏิ ๑ หลัง ราคา ๑๐๕,๐๐๐ บาท ข. สร้างโรงเรียนประถมศึกษา ๑ หลัง ลักษณะไม้ชั้นเดียวกว้าง ๗ เมตรยาว ๒๐ เมตร ราคา ๗๕,๐๐๐ บาท ค. สร้างถนนลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๔ เมตร ยาว ๑๖๐ เมตร ราคา ๒๔,๐๐๐ บาท ง. สร้างเสาไฟฟ้า ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒๙ ตันกว้างสี่เหลี่ยมจัตุรัส ๐.๓๕ เมตร สูง ๖ เมตร ราคา๑๔,๕๐๐ บาท จ. สร้างซุ้มประตูวัด ๒ ซุ้มลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็กตบแต่งแบบลายไทย กว้าง ๓.๕๐ เมตร สูง ๖ เมตร ราคา ๔๐,๐๐๐ บาท ฉ. สร้างกำแพงรอบวัดด้านใต้ ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็กต่อใบเสมา กว้าง ๓.๕๐ เมตร สูง ๒.๕๐ เมตร ราคา ๑๕,๐๐๐ บาท ช. สร้างพระอุโบสถลักษณะไม้ชั้นเดียว มีช่อฟ้าหน้าบรรณแบบ ร. ๕ กว้าง ๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ราคา ๗๐,๐๐๐ บาท ซ. สร้างระฆัง ๘ ลูก ลักษณะทองสำริด ๗ ลูก แก้ว ๑ ลูก เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๓๕ เมตร สูง ๐.๙๘ เมตร ราคา ๒๔,๐๐๐ บาท ญ. สร้างพระพุทธรูป ๓ องค์ ลักษณะทองสำริด ๒ องค์ แก้ว ๑ ลูก โลหะเงิน ๑ องค์ ฐาน ๐.๘๐เมตร สูง ๑.๗๓ เมตร ราคา ๒๔๔,๐๐๐ บาท ฎ. ปฏิสังขรณ์ต่อเติมศาลาการเปรียญ ลักษณะไม้ชั้นเดียวมุงกระเบื้องลอนสีเขียว กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สิ้นเงิน ๗๕,๒๑๖ บาท ฏ. ถมดินลูกรังบนถนนดินเดิม กว้าง ๔ เมตร ยาว ๖๐ เมตร ราคา ๗๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๑๒ สร้างเรือนไม้ ๖ หลัง ก. สังฆพิธีรฆหฐาน กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๘ เมตร ใช้เป็นที่รับแขก ข. โอราฬทัศนา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ใช้เป็นที่แสดงภาพในการพัฒนาวัด ตามโครงการพัฒนา ค. ทิวาไสยาสน์ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ใช้เป็นที่พักของญาติโยมที่มาพักค้างเพื่อปฏิบัติพระกรรมฐาน ง. พจนารถปฏิบัติ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ใช้เป็นที่ทำงานของพระเจ้าหน้าที่ในวัด จ. กิจภัตตการ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๔ เมตรใช้เป็นที่โรงฉันภัตตาหารและโรงเรียน ฉ. อาหารเพื่อญาติโยม กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๘ เมตร ใช้เป็นที่ เลี้ยงอาหารสำหรับญาติโยม ทั้ง ๖ หลังนี้ ลักษณะเรือนไม้ชั้นเดียว ยกพื้น มุงสังกะสี ราคารวม ๗๘,๐๐๐ บาท สร้างถนน ๔ สาย ๑. ถนนหน้ากุฏิทางด้านตะวันอออก ลักษณะบดอัด เทคานด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลงหิน ๓ ทราย บดอัด เทคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดผิวจราจร ๓ เมตร ไหล่ถนนข้างละเมตร ยาว ๑๔๐ เมตร ราคา ๒๒,๐๐๐ บาท ๒. ถนนขึ้นจากท่าน้ำหน้าวัด ลักษณะบดอัด ลงหิน ๑ หิน ๓ บดอัด ลาดยางมะตอยแล้วลงหินเกล็ด ขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๔๒๐ เมตร ราคา ๔๒,๐๐๐ บาท ๓. ถนนทิศตะวันตกมาตะวันออก ลักษณะลาดยาง กว้าง ๘ ยาว ๓๐ เมตร ราคา ๗,๕๐๐ บาท ๔. ถนนหน้าพระพระอุโบสถ ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๖๓ เมตร ราคา ๒๔,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๑๓ ก. สร้างกุฏิเพิ่มอีก ๗ หลัง ลักษณะไม้ครึ่งปูน ชั้นเดียวกว้าง ๔ เมตร ยาว ๖ เมตร ราคาหลังละ ๕,๐๐๐บาท เป็นเงิน ๓๕,๐๐๐ บาท ข. สร้างหอระฆัง ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด สูง ๑๕ เมตร กว้างยาวเท่ากันด้านละ ๔ เมตร ค. สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาด ๖๕ กิโลวัตร พร้อมทั้งโรงสร้างด้วยไม้ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐ เมตร ราคา ๘๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๑๔ ก. สร้างห้องส้วมห้องน้ำ ๔ ห้อง ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง ๓ เมตร ยาว ๙ เมตร (รวม) ราคา ๔๐,๐๐๐ บาท ข. สร้างหอประชุมสงฆ์สังฆบัณฑิตต่อ ค. เริ่มวางรากฐานหอพักสามเณร แบบสามมุข สองชั้นหลังคามุงกระเบื้อง เป็นตึกพื้นไม้ ขนาดกว้าง ๗ เมตร ยาว ๓๒ เมตร กำลังดำเนินการอยู่ พ.ศ. ๒๕๑๕ ก. สร้างศาลาปานะ ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ชั้นเดียว พื้นคอนกรีต หลังคามุงสังกะสี สำหรับจำหน่าย เครื่องดื่มและของเบ็ดเตล็ด ราคา ๑๒,๐๐๐ บาท ข. สร้างห้องส้วมเพิ่มอีก ๔ ห้อง ขนาดกว้าง ๓ เมตร ยาวห้องละ ๒.๕๐ เมตร ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ราคา ๔๕,๐๐๐ บาท ค. สร้างโรงเรียนเด็กประชาบาลเพิ่มอีก ๑ หลัง ขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๕ เมตร ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง หลังคามุงกระเบื้อง ราคา ๘๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๑๖ ก. สร้างถนนภายในวัดต่อจากหน้ากุฏิไปทิศเหนือ กว้าง ๓ เมตร ยาว ๘๐ เมตร (ผิวจราจรด้วย) ลงหิน ๑ หิน ๓ บดอัดด้วยหินฝุ่น ราคา ๘๐,๐๐๐ บาท ข. สร้างมณฑปพ่อหมอโกมารภัต ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง ๓.๕๐ เมตร ยาว ๓.๕๐ สูง ๙ เมตร ราคา ๑๕๒.๐๐๐ บาท ค. สร้างห้องส้วมที่โรงเรียนเด็กประชาบาล ๑๐ ห้อง ห้องน้ำ ๒ ห้อง ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้อง ราคา ๕๐,๐๐๐ บาท ง. สร้างบ่อน้ำบาดาล ลึก ๗๐ วา พร้อมด้วยเครื่องสูบน้ำ, แป๊ปขนาด ๓ นิ้ว ๒ นิ้ว และ ๖ หุน และหอสูงทำด้วยไม้ สำหรับใส่แท็งก์น้ำ ราคารวม ๑๑๐,๐๐๐ บาท จ. เริ่มวางรากฐานซุ้มประตูด้านภายใน ๔ ซุ้มกำลังดำเนินการอยู่ พ.ศ. ๒๕๑๗ ก. สร้างหอประชุมสงฆ์สังฆบัณฑิต เป็นลักษณะตึกพื้นไม้ขนาดกว้าง ๙.๖๐ เมตร ยาว ๕๒.๖๐ เมตร สูง ๑๔.๒๐ เมตร สองชั้น ออกมุขข้างละ ๔.๕๐ เมตร หลังคามุงกระเบื้อง พร้อมอุปกรณ์ให้ความสะดวก และเครื่องตกแต่ง ราคา ๒,๑๐๐,๐๐๐ บาท ข. สร้างโรงครัว ลักษณะตึกชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๗.๕๐ เมตร พร้อมทั้งอุปกรณ์ให้ความสะดวก ราคา ๓๖๐,๐๐๐ บาท ค. สร้างห้องน้ำ ห้องส้วม ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก ๑๖ ห้อง แต่ละห้องขนาดกว้าง ๒ เมตร ยาว ๒.๕๐ เมตร ราคา ๑๖๐,๐๐๐ บาท ง. ถมดินเพื่อปรับพื้นที่บริเวณวัด และปลูกหญ้า ราคา ๓๑๐,๐๐๐ บาท จ. นำกระแสไฟฟ้าหลวงเข้าใช้ในวัด (ระบบสายเดี่ยว) สิ้นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ฉ. สร้างห้องเก็บพัสดุของใช้ต่าง ๆ ในวัด ลักษณะไม้ชั้นเดียวพื้นคอนกรีต หลังคามุงสังกะสี ขนาดกว้าง๗ เมตร ยาว ๑๖ เมตร ราคา ๘๗,๓๐๐ บาท ช. สร้างถนนภายในวัด กว้าง ๓ เมตร ยาว ๖๔๐ เมตร (ผิวจราจรด้วย) เทยางและบดอัด สิ้นเงิน ราคา ๑๒๐,๐๐๐ บาท ซ. สร้างหอพักสามเณร สองชั้น ลักษณะตึกพื้นไม้ หลังคามุงกระเบื้องขนาดกว้าง ๗ เมตร ยาว ๓๒ เมตร เสร็จเรียบร้อย สิ้นเงิน ๑,๐๓๐,๐๐๐ บาท ฌ. ซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเป็นบริเวณหน้าวัด ๗ ไร่ ๒ งาน ราคา ๒๑๐,๐๐๐ บาท ญ. สร้างบ้านพักอุบาสิกา เรือนไม้ ชั้นเดียว หลังคาทรงไทยมุงกระเบื้อง ใต้ถุนสูง ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐ เมตร ราคา ๖๐,๐๐๐ บาท ฎ. สร้างห้องส้วมสำหรับพระผู้ประพฤติวุฏฐานวิธี แบบคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน ๑๘ ห้อง แต่ละห้องยาว ๒ เมตร กว้าง ๑.๕๐ เมตร ห้องน้ำ ๒ ห้อง กว้างห้องละ ๓ เมตร ยาว ๕ เมตร ไม่มีหลังคา ราคา ๔๑,๓๐๐ บาท ฏ. สร้างสนามบิน ยาว ๕๐๐ เมตร กว้าง ๗ เมตร ด้วยดินลูกรังและหินเกล็ด หินฝุ่น บดอัดให้แน่น สำหรับใช้กับเครื่องบินเล็กขนาด ๔ ที่นั่ง สิ้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ก. สร้างรูปหล่อพระสีวลีเถระ สูง ๓ เมตร และทำภูเขาดินเพื่อประดิษฐานพระสีวลีเถระ สินเงิน ๔๑๓,๒๒๐ บาท ข. สร้างตึกสำนักงานกลางของวัด ขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๙ เมตร ชั้นเดียวหลังคามุงกระเบื้อง และเครื่องอำนวยความสะดวกพร้อม สิ้นเงิน ๒๑๕,๐๐๐ บาท ค. สร้างป้อมรักษาการในวัดด้านหน้าวัด กว้าง ๔.๕๐ เมตร ยาว ๔.๕๐ เมตร สิ้นเงิน ๑๐๖,๐๐๐ บาท ง. สร้างที่ทำการหน่วยกู้ภัยให้ตำรวจทางหลวง ริมถนนธนบุรี-ปากท่อ หน้าวัด ขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๙ เมตร เครื่องตกแต่งและอำนวยความสะดวก สิ้นเงิน ๓๘๐,๖๐๐ บาท จ. ลอกสระน้ำและตกแต่งให้สวยงามสิ้นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ฉ. สร้างระฆังประจำวัด ขนาด ๑๐ กำ ๑ ลูก ขนาด ๕ กำ ๑ ลูก สิ้นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ช. สร้างโต๊ะเรียนพระปริยัติธรรม ๑๕๐ ชุด สิ้นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท ซ. สร้างเครื่องโรเนียว ๑ เครื่อง ราคา ๒๘,๐๐๐ บาท ฌ. สร้างปั๊มน้ำมันเพื่อเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อพัฒนาวัด สิ้นเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท ญ. สร้างกำแพงรอบวัดด้านตะวันออกยาว ๑๔๖ เมตร ด้านตะวันตกยาว ๑๔๔ เมตร สิ้นเงิน ๕๘๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๑๙ ก. สร้างซุ้มประตูชั้นในด้านตะวันตกแบบสามยอด กว้าง ๔ เมตร ยาว ๗ เมตร สูง๙ เมตร ปูนเสริมเหล็กสิ้นเงิน ๙๗,๕๐๐ บาท ข. สร้างศาลาโภชนาคารที่ฉันภัตตาหาร กว้าง ๒๑ เมตร ยาว ๔๗ เมตร หลังคามุงสังกะสี โครงเหล็ก สิ้นเงิน ๑๖๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๐ ก. สร้างศาลาไตรสรณาคมน์ ขนาดกว้าง ๕๒ เมตร ยาว ๕๔ เมตร โครงเหล็ก หลังคามุงกระเบื้อง ชั้นเดียวพื้นหินขัด สิ้นเงิน ๖,๗๔๑,๕๐๐ บาท ข. สร้างเสาไฟฟ้าพร้อมสายไฟ ภายในบริเวณวัดสิ้นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ค. สร้างซุ้มประตูชั้นใน ทางทิศใต้แบบสามยอดขนาดกว้าง ๔ เมตร ยาว ๗ เมตร สูง ๙ เมตร สิ้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ง. ประระดับดินและปลูกหญ้า และถมที่ที่เป็นหลุมเป็นบ่อด้านตะวันตกของพระธาตุเกตุมวดีย์ สิ้นเงิน ๖๒,๖๒๐ บาท จ. สร้างกุฏิแบบเรือนทรงไทย ๒ หลัง ขนาดกว้าง ๓ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สิ้นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ฉ. สร้างซุ้มประตูชั้นใน ทางทิศเหนือแบบสามยอดขนาดกว้าง ๗ เมตร ยาว ๙ เมตร สูง ๙ เมตร สิ้นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๑ ก. สร้างศาลาที่พักคนโดยสารรถประจำทาง และคนเดินทางที่หน้าวัด ทรงไทยเป็นไม้ หลังคามุงกระเบื้อง ๒ หลัง สิ้นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ข. สร้างกำแพงเขตพุทธาวาส ยาว ๖๔๐ เมตร สิ้นเงิน ๑,๙๒๐,๐๐๐ บาท ค. สร้างถนนเข้าวัด ยาว ๒๐๐ เมตร กว้าง ๘ เมตร ถมดินและบดอัดดินลูกรัง สิ้นเงิน ๑๖๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๒ ก. สร้างบ่อน้ำบาดาล ขนาดท่อ ๖ นิ้ว และแท้งก์เก็บน้ำจุได้ ๓๐,๐๐๐ ลิตร สิ้นเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ข. สร้างเทวรูป ท่านท้าวเวสสุวรรณ สูง ๕ เมตร ยังมิได้ตกแต่ง สิ้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค. ตกแต่งทาสีกำแพงเขตพุทธาวาส สิ้นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๓ ก. สร้างโรงเรียนเกตุมวดีย์วรคุณวิทยา อาคาร ๒ ทรงไทย ๓ ชั้น เป็นตึกถาวร สิ้นเงิน ๗,๔๙๙,๓๒๐ บาท(ทางวัดจ่าย ๒,๔๙๙,๓๒๐ บาท รัฐบาลจ่ายมาให้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท) ข. สร้างสำนักงานจัดหา (ร้านปานะ) ของจำเป็นประจำวันขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๙ เมตร ชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้อง สิ้นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๔ ก. เสริมสร้างพระธาตุเกตุมวดีย์ คือบูรณะองค์เก่า เพื่อให้ใหญ่ ให้สูงขึ้นอีกหนึ่งเท่าขององค์เดิม (องค์เดิมสูง ๒๔ เมตร) ระยะนี้ลงเข็ม ตั้งตอม่อ และเทปูนพื้นชั้นในบางส่วนแล้ว สิ้นเงิน ๕,๕๘๓,๐๐๐ บาท ข. ตกแต่งเทวรูป ท่านท้าวเวสสุวรรณ และทหารเอกของท่านท้าวเวสสุวรรณ โดยติดกระจกสีต่าง ๆ สิ้นเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๕ ก. สร้างห้องน้ำห้องส้วมสำหรับญาติโยมทั่วไป ๔๘ ห้อง สิ้นเงิน๔๘๐,๐๐๐ บาท ข. เสริมสร้างพระธาตุเกตุมวดีย์ต่อไปอีกสิ้นเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ค. สร้างกำแพงด้านหน้าวัด ยาว ๘๐ เมตร สิ้นเงิน ๓๒๐,๐๐๐ บาท ง. สร้างเครื่องผสมปูน ๒ เครื่อง สิ้นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๖ ก. สร้างโทรศัพท์ระบบวิทยุ ติดต่อได้ทั่วไป พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมด สินเงิน ๑๑๖,๒๘๐ บาท ข. สร้างศูนย์พยาบาลเคลื่อนที่ ในโครงการพระช่วย ชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้อง เป็นตึกขนาดกว้าง ๗ เมตร ยาว๙ เมตร สิ้นเงิน ๔๒๐,๐๐๐ บาท ค. เสริมสร้างพระธาตุเกตุมวดีย์ต่อไปอีก สิ้นเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๗ ก. เสริมสร้างพระธาตุเกตุมวดีย์ต่อไปอีก สิ้นเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ข. สร้างป้ายชื่อวัดด้วยไม้และพลาสติก ประดับไฟฟ้า ขนาดกว้าง ๑.๕๐ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สิ้นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ค. สร้างแท็งก์ เก็บน้ำบาดาล ๓ อัน ขนาดกว้าง ๑.๕๐ เมตร สูง ๘ เมตร สิ้นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พ.ศ. ๒๕๒๘ ก. เสริมสร้างพระธาตุเกตุมวดีย์ต่อไปอีก สิ้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ข. สร้างกุฎิสำหรับแม่ชีและผู้ที่มารักษาศีลในวัด ๒ หลังขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๔๙ เมตร ครึ่งปูนครึ่งไม้ ๒ ชั้น หลังคามุงกระเบื้อง สิ้นเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ค. สร้างห้องอบสมุนไพร ๓๐ ห้องพร้อมอุปกรณ์ทุกอย่าง สิ้นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ง. สร้างพระพุทธรูป ขนาดหน้าตัก ๒๐ นิ้ว ขึ้นไป เพื่อแจกแกาโรงเรียนต่าง ๆ ที่ขอมา ในปีนี้แจกไปแล้ว จำนวน ๖๕ องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๔๐ นิ้ว ๓๖ องค์ นอกนั้นหน้าตัก ๓๐ นิ้ว และ ๒๕ นิ้วบ้าง รวมค่าใช้จ่าย ในการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์ทั้งสิ้นเป็นเงิน ๔๕,๙๒๖,๓๕๖ บาท (สี่สิบห้าล้านเก้าแสนสองหมื่นหกพันสามร้อยห้าสิบหกบาท) สมณศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นที่ พระครูใบฎีกา ฐานานุกรมของพระธรรมเสนานี (สมณศักดิ์ขณะนั้น) เจ้าคณะ ภาค ๑๒ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร แต่งตั้งโดยสมเด็จพระวันรัต (สมณศักดิ์ขณะนั้น) วัดพระเชตุพนฯ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นที่ พระครูภาวนาวรคุณ สัญญาบัตรชั้นโท ฝ่ายวิปัสสนา พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนา เทียบเท่า (ท) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอกฝ่ายวิปัสสนา
|
ข้อมูลอ้างอิงจาก
หนังสือ อนุสรณ์ การทำบุญสตมวาร(๑๐๐ วัน)
พระครูภาวนาวรคุณ
๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐