ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์

ผู้สร้างบารมีเป็นพระโพธิสัตว์มาโดยตลอด เป็นผู้เห็นแจ้ง ธรรมจากการปฏิบัติกรรมฐานจนมีคติเดียวในชีวิต คือรักษาศีลปฏิบัติพระกรรมฐานเท่านั้น บำรุงพระศาสนาทุกด้านจนตลอดชีวิตของท่าน ท่านบวชเป็นเณร เป็นพระ ท่านศึกษาหนังสือธรรมมาตั้งแต่เล็ก โดยอาศัยเรียนจากภาษาขอม ภาษาไทยโบราณสมัยเรียนกันในวัด เมื่ออายุครบท่านก็บวชเป็นพระ ปฏิบัติธรรมในสำนักวัดช้างเผือก แม่น้ำแม่กลอง ท่านสนใจในธุดงควัตร ออกเดินธุดงค์ในหน้าออกพรรษาตลอดมา แต่การจะเดินธุดงค์สมัยก่อนต้องอยู่ปริวาสก่อน มิฉะนั้นอาจารย์ผู้ควบคุมจะไม่อนุญาตให้ไป ท่านสนใจในกิจนี้มาตลอดกาล จนท่านได้รู้แจ้งธรรมขณะอยู่ปริวาสกรรม ท่านพิจารณาธรรมไปได้โดยกว้างขวาง จนรู้ว่าสร้างบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน และอนาคตจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 10 ในพระพุทธศาสนา นามว่าพระติสสะสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งได้รัฐญาเทศ หรือพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าพระสมนโคดมแล้วเมื่ออดีตชาติสมัยที่เกิดเป็นช้างนาฬาคิริง
ขณะที่ท่านอบรมสั่งสอนสานุศิษย์อยู่นี้ ท่านพิจารณาถึงอุปนิสัยบุคคลที่จะปฏิบัติธรรมในศาสนาต่อไป กับเห็นว่ากาลสมัยของศาสนาในเวลานี้ การสร้างกุศลบารมีจำเป็นต้องประกอบด้วยปัญญาให้มาก เพราะพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ เป็นพระพุทธเจ้าสร้างบารมีปัญญาธิกะ จึงกำหนดให้สานุศิษย์เสียสละร่างกาย ชีวิต กิจการงาน ความสุขประจำวันของทางโลกเป็นพุทธบูชา เข้าปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นครั้งคราว คือเข้าสู่ดิถีปริวาสอย่างพระสงฆ์